Everything-Bagels-13

เบเกิล หรือ Bagel นั้น เป็นขนมปังที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับโดนัท แต่โดยรวมแล้วแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เบเกิลนั้นสามารถนำไปประยุกต์เพื่อรับประทานเป็นของคาวก็ได้ ของหวานก็ดี อีกทั้งยังมีวิธีการทำที่แตกต่างจากโดนัท เนื้อสัมผัสของขนมทั้งสองชนิดนี้จึงแตกต่างกันไปด้วย ในต่างประเทศ เบเกิลได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนไม่ว่าจะมุมเมืองไหนๆ ก็มีเบเกิลวางขายกันอยู่ทั่ว ต่างจากของไทยที่หาทานได้ยากเหลือเกิน ดังนั้น บทความในวันนี้จะนำพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับเจ้าขนมปังเบเกิลตัวนี้กัน เพื่อที่จะได้เข้าใจว่าเพราะเหตุใดมันจึงได้รับความนิยม

แม้ปัจจุบันเบเกิลจะได้รับความนิยมในประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกา แต่เบเกิลนั้นมีต้นกำเนิดมาจากประเทศโปแลนด์ ลักษณะของมันคือมีรูเป็นวงแหวนอยู่ตรงกลางจึงดูคล้ายกับโดนัท วัตถุดิบหลักของเบเกิลคือแป้งสาลีแต่อาจจะใช้เป็นแป้งชนิดอื่นก็ได้แล้วแต่ความต้องการของเชฟ ในขั้นตอนการทำนั้นแป้งเบเกิลจะถูกนำไปต้มในน้ำเดือดหลังจากนวดแล้ว ก่อนจะถูกนำไปอบต่อจนแป้งขนมฟูนุ่ม เนื้อแน่นกำลังดี นิยมโรยด้วยเกลือหรืองาด้านบน ในการรับประทานนั้นเบเกิลจะถูกผ่าตามแนวขวาง ก่อนจะถูกนำไปยัดไส้ต่างๆ ทั้งคาวและหวาน เช่น ไส้แฮมกับไข่คน หรือ ไส้สตรอเบอร์รี่ครีมชีส เป็นต้น เบเกิลสามารถจำแนกออกได้เป็น 2 รูปแบบ นั่นคือ เบเกิลแบบมอนทรีอัลและเบเกิลแบบนิวยอร์ก

เบเกิลแบบมอนทรีอัล จะใช้มอลต์และน้ำตาลในการทำและต้มในน้ำผึ้งที่ผสมกับน้ำก่อนจะนำไปเข้าอบด้วยเตาถ่าน โดยมากจะถูกโรยด้วยงาขาว ส่วนเบเกิลแบบนิวยอร์กนั้นจะใส่มอลต์และเกลือแล้วต้มในน้ำเดือด ก่อนจะถูกนำไปอบด้วยเตาแบบธรรมดา เบเกิลที่ได้จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าแบบมอนทรีอัลและมีความหวานกว่า ถึงจะมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แต่ทั้ง 2 รูปแบบนี้ก็เป็นเบเกิลแบบดั้งเดิมที่นำเข้ามาจากทวีปยุโรปตะวันออกสู่ทวีปอเมริกาเหนือเหมือนกัน

ปัจจุบัน ร้านค้านิยมขายเบเกิลแบบที่ใส่ช็อกโกแลตชิพลงไป นอกจากนี้ยังนิยมขายเบเกิลในรูปแบบของแซนด์วิชหรือขนมปังปิ้งอีกด้วย อย่างที่บอกข้างต้นว่าเบเกิลนั้นสามารถเป็นได้ทั้งของคาวและของหวาน ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำมักจะวางขายเบเกิลในรูปแบบแผ่น เพื่อที่ลูกค้าจะเลือกซื้อเพื่อไปประกอบอาหารด้วยตนเองได้ อีกทั้งในร้านอาหารฟาสฟู๊ดส์อย่างแมคโดนัลเองก็มีเมนูเบเกิลไว้เพื่อรองรับลูกค้าด้วยเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าได้รับความนิยมแบบหยุดไม่อยู่จริงๆ

 

july-18_sweet-potato-churros-with-warm-chocolate-sauce-138730-1

ทุกๆ คนคงจะเคยได้ยินมาบ้างว่าความหวานคืออาหารของสมอง เพราะน้ำตาลนั้นนอกจากจะช่วยให้พลังงานแก่ร่างกายของเราแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี ทำให้รู้สึกสดชื่น กะปรี้กะเปร่า เหมาะกับคนที่รู้สึกเหนื่อยล้า ดังนั้นไม่แปลกเลยที่เราทุกคนจะโหยหาความหวานกัน บทความในวันนี้จึงขอพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ 4 ขนมหวานน่าลิ้มลองของต่างแดนที่อยากให้แถวบ้านมีขายบ้าง จะน่ารับประทานและชวนให้น้ำลายหกสักแค่ไหน ตามไปดูกันเลย!

  1. ขนมชูโรส หรือ Churros ขนมแป้งทอดที่มีลักษณะยาวเป็นแท่งๆ มักคลุกด้วยน้ำตาลและผงอบเชย โดยปกติแล้วมักรับประทานเป็นอาหารเช้า นิยมมากในประเทศทางฝั่งตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นสเปน สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส โปรตุเกส และฟิลิปปินส์ ปัจจุบันมีสูตรในการทำขนมชูโรสและวิธีการรับประทานมากมายนับไม่ถ้วน จึงเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ช่วยแก้เบื่อได้หากไม่อยากทานขนมแบบจำเจ
  2. เค้กทอด หรือ Funnel Cake เป็นเมนูที่ทำโดยการนำแป้งเหลวที่ผสมแล้วบีบเป็นเส้นๆ ลงไปในน้ำมันบนกระทะร้อนที่ร้อนแล้ว ก่อนจะทอดจนเหลืองกรอบดูคล้ายไข่เจียวฟู แล้วนำขึ้นสะเด็ดน้ำมัน โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งเป็นอันเสร็จ นิยมรับประทานกันมากตามงานเทศกาลของอเมริกา มีจุดเด่นคือทำง่ายแต่อร่อยอย่างน่าเหลือเชื่อ ปัจจุบันก็มีเค้กทอดชนิดนี้ในหลากหลายรูปแบบไม่แพ้กับชูโรส เพียงแต่อาจจะหาทานยากสักหน่อยในประเทศไทย
  3. โดนัทสไตล์กรีซ หรือ Loukoumades ขนมพื้นเมืองของกรีซที่ได้รับความนิยม หน้าตาภายนอกดูเหมือนโดนัททอดทั่วๆ ไป แต่มีเอกลักษณ์คือไส้ที่พร้อมจะทะลักออกมาจากตัวแป้งที่บางกรอบ เท่านั้นยังไม่พอมันยังถูกเคลือบด้วยไซรัปหรือน้ำผึ้งแสนหวานอีกด้วย จัดว่าเป็นเมนูที่ใจปล้ำเอาใจคนชอบความหวานหอมของซอสทอปปิ้งแบบสุดๆ
  4. ขนมเค้กโค้ก หรือ Fried Coke เป็นเมนูแปลกๆ ที่เกิดจากการนำน้ำอัดลมไปผสมเข้ากับแป้งเค้ก ก่อนจะนำมาทอดแล้วราดด้วยซอสไซรัปที่ทำจากน้ำอัดลม โรยด้วยน้ำตาล ผงอบเชย กินคู่กับวิปครีมหรือเชอร์รี่ เป็นเมนูที่ดูแปลกๆ แต่กลับได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในรัฐเท็กซัส จัดว่าน่าสนใจเพราะเป็นรูปแบบการทำขนมที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อนในไทย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับขนมเมนูต่างๆ ที่อาจหากินได้ยากในประเทศไทย แต่รับรองว่าถ้ามีขายแล้วล่ะก็คงจะขายดีเอามากๆ อย่างแน่นอน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเมื่อรับประทานไปแล้ว จะต้องไม่ลืมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีกันด้วยนะ

Sourdough

ขนมปัง (Bread) ถือเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมทั่วทุกมุมโลก ด้วยความที่เป็นอาหารที่เข้ากับเมนูอื่นๆ ได้ง่าย หรือจะรับประทานเปล่าๆ ก็เข้าท่าไม่แพ้กัน ทำให้ขนมปังมีสูตรในการทำมากมาย แต่ข้อเสียของขนมปังนั้นก็มีอยู่มาก บ้างก็ว่าเป็นตัวการที่ทำให้เกิดโรคอ้วน เพราะมีแต่คาร์โบไฮเดรต แถมเก็บเอาไว้ได้ไม่นานเท่าไรก็ขึ้นราและเน่าเสียไปดื้อๆ แต่ยังมีขนมปังอีกชนิดหนึ่งที่ไม่ได้มีแต่แป้งเท่านั้นและยังมีอายุที่ยาวนานกว่าขนมปังทั่วๆ ไป นั่นคือ ขนมปังเปรี้ยว หรือ Sourdough นั่นเอง

ขนมปังเปรี้ยว หรือ Sourdough เป็นขนมปังที่ผ่านกระบวนการหมักด้วยยีสต์จนขึ้นฟู ทำให้มีรสชาติเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์ในการชูความอร่อย มีเนื้อสัมผัสฟูนุ่มพร้อมด้วยกลิ่นหอมรัญจวนของขนมปังที่มากขึ้นด้วย ตัวขนมปังเปรี้ยวนั้นมีอายุที่ยาวนานกว่าขนมปังทั่วไปจากฤทธิ์ของกรดแลคติกที่ถูกผลิตออกมาในกระบวนการหมักของยีสต์ ซึ่งว่ากันว่าแต่โบราณนั้นเป็นความบังเอิญที่เกิดจากการทิ้งส่วนผสมของแป้ง น้ำ และนมไว้ด้วยกันในอุณหภูมิห้อง ขนมปังชนิดนี้มีรสชาติไม่คงที่ อันเนื่องมาจากในขั้นตอนของการอบขนมปังมีขั้นตอนที่หลากหลายและละเอียดอ่อน ไม่ว่าจะเป็นชนิดของยีสต์ที่ใช้ อุณหภูมิ ไปจนถึงระยะเวลาที่ใช้ในการหมัก ทำให้เมื่อเกิดความแตกต่างเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลถึงรสชาติ จนขึ้นชื่อว่าเป็นขนมปังที่ยากที่จะเลียนแบบกัน (No Baker Bakes The Same Bread)

นอกจากเรื่องของรสชาติแล้ว หน้าตาก็เป็นอีกอย่างที่โดดเด่นของขนมปังชนิดนี้ เนื่องจากในขั้นตอนก่อนนำขนมปังเปรี้ยวเข้าไปอบนั้น เชฟจะต้องทำการกรีดที่หน้าขนมปังก่อน สาเหตุเนื่องมาจากระหว่างอบนั้นผิวนอกของขนมปังเปรี้ยวจะแข็งกรอบ ในขณะที่ภายในของขนมปังยังคงฟูขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องทำการกรีดผิวเอาไว้เพื่อให้มีที่ไล่ลมออกจากภายใน ถ้าหากไม่ทำการกรีดไว้ ตัวแป้งขนมปังจะแตกออกตรงด้านข้างแทน ทำให้ดูไม่สวยงาม ดังนั้น เชฟจึงกรีดผิวหน้าเพื่อสร้างลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งนอกจากจะช่วยเปิดช่องให้ลมไหลออกแล้ว ยังทำให้ขนมปังมีความสวยงามมาก ดูเก๋ไก๋ น่ารับประทานมากยิ่งขึ้นด้วย

ความพิเศษของขนมปังชนิดนี้ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น เพราะมันยังมีคุณประโยชน์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรียดีที่ช่วยปรับสภาพการทำงานของลำไส้ กรดไฟติกที่ช่วยในเรื่องของการย่อยสลายแป้ง วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ เพื่อสุขภาพที่ดี อย่าลืมหันมาบริโภคขนมปังชนิดนี้ให้มากขึ้นกันนะ